โปเกมอน ยอดนักสืบพิคาชู Pokemon Detective Pikachu (2019)

เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อ แฮร์รี่ กู๊ดแมน นักสืบเอกชนมือหนึ่งหายตัวไปอย่างลึกลับ ทำให้ทิม ลูกชายวัย 21 ปี ต้องค้นหาว่าเกิดอะไรขึ้น ที่มาช่วยเขาสืบหาเบาะแส คือโปเกมอนคู่หูของแฮร์รี่ นักสืบพิคาชู

โปเกมอนฝีปากคมกริบ เจ้าแห่งการแกะรอยสุดน่ารัก ที่บางทีติดจะมึนๆ หน่อย ทั้งคู่พบว่าพวกเขาสามารถสื่อสารกันได้อย่างลงตัวแปลกใหม่ ทิมและพิคาชูต้องร่วมกันสู้ในการผจญภัยระทึกขวัญเพื่อไขปริศนาสุดยุ่งเหยิง ไล่ตามเบาะแสร่วมกันสู่ถนนนีออนลิทแห่งเมืองไรม์ – เมืองทันสมัยที่มนุษย์และโปเกมอนอยู่ร่วมกันในรูปแบบไลฟ์แอคชั่นสมจริง พวกเขาพบกับโปเกมอนหลากหลาย ค้นพบแผนการณ์สุดสะพรึงที่อาจทำลายความสงบสุขของทั้งจักรวาลโปเกมอน

หนังทำมาจากเกมชื่อเดียวกันที่ลงเครื่อง Nintendo 3DS โดยโครงเรื่องก็มาจากเกมเช่นกัน เรื่องราวเกิดขึ้นในเมืองไรม์ ซิตี้ (Ryme City) ของฮาวเวิร์ด (Howard Clifford) ที่ต้องการสร้างเมืองใหญ่สุดทันสมัย ที่โปเกมอนและมนุษย์อาศัยอยู่ด้วยกันอย่างสันติ พระเอกเป็นหนุ่มน้อยวัย 21 ชื่อ “ทิม กู้ดแมน” ที่มาที่เมืองแห่งนี้หลังได้รับข่าวว่าพ่อของเขาที่เป็นตำรวจ ได้เสียชีวิตลงจากอุบัติเหตุระหว่างสืบคดีลึกลับพร้อมกับคู่หู โดยเขามาพบกับคู่หูของพ่อ ซึ่งก็คือ “พิคาชู” ซึ่งภาคนี้พูดได้ให้เสียงโดยไรอันไรอัน เรย์โนลด์ส พิคาชูที่ทิมพบเป็นโปเกมอนความจำเสื่อม ไม่มีพลังใดๆ ทั้งสิ้น โดยพิคาชูชี้ให้ทิมเห็นว่าตัวเขายังไม่ตาย แสดงว่าพ่อของทิมก็ต้องยังอยู่เช่นกัน ทั้งสองจึงเริ่มต้นตามหาพ่อที่หายตัวไป

หนังใช้โครงเรื่องของเกมมาเป็นฐานสร้างโลกนี้ ที่มีโปเกมอนเป็นคู่หูประจำตัวของมนุษย์เป็นเรื่องปกติ (เป็นเหมือนแทนสัตว์เลี้ยงมาตั้งแต่อดีตกาล) แต่พระเอกกลับไม่มีโปเกมอนประจำตัวเพราะมีปมว่า โปเกมอนแย่งชิงเวลาและความรักของพ่อที่มีต่อเขาไป (พ่อพระเอกเลือกมาทำงานที่ไรม์ ซิตี้ หลังจากเมียเสียชีวิต) แต่พอพระเอกได้พบกับพิคาชูคู่หูเก่าของพ่อ ความรู้สึกแอนตี้ต่างๆ ก็ลดน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งพิคาชูก็เล่นได้อย่างน่ารักน่ารำคาญกวนสุดๆ สมกับที่เลือกไรอันมาพากษ์เสียงให้ แล้วการที่พระเอกเป็นคนเดียวที่ฟังพิคาชูรู้เรื่อง ก็ทำให้คนอื่นๆ มองว่าพระเอกกำลังเป็นบ้าที่สูญเสียพ่อไป หนังทำให้พระเอกจำใจมาร่วมมือกับพิคาชูได้อย่างเหมาะเจาะ จนสุดท้ายเขาก็รู้ซึ้งถึงสัจธรรมที่ว่า มนุษย์ไม่สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเองคนเดียว ไม่ใช่แค่ต้องมีโปเกมอนประจำตัว แต่รวมถึงการที่เขาปฏิเสธพ่อไม่ยอมมาอยู่ด้วย ทั้งที่ลึกๆ แล้วเขากลับโหยหาช่วงเวลาที่ตัวเองสูญเสียไป จนได้พิคาชูคู่หูของพ่อมาเติมเต็มความรู้สึกนี้
หนังเดินเรื่องด้วยความน่ารักของเหล่าโปเกมอนในเรื่องที่มีตัวเด่นๆ ออกมาพร้อมหน้าพร้อมตา พร้อมด้วยสกิลโจมตีและลักษณะนิสัยที่ถอดแบบมาจากในเกมเป๊ะๆ อย่าง Mr. Mime ที่ต้องเล่นละครใบ้กับมันถึงจะยอมช่วย Koduckโปเกมอนเป็ดคู่หูของนางเอก ที่ปวดหัวพร้อมระเบิดอยู่ตลอดเวลา และได้กลายเป็นช็อตเด็ดถล่มทลายในเรื่องด้วย รวมถึงพวกที่มีวิวัฒนาการเด่นๆ อย่าง เจ้าปลาคอยคิง ก็ถูกนำมาใช้เป็นตัวช่วยเหลือทีมพระเอกได้อย่างเหมาะเจาะ และเรียกเสียงฮาได้ดี รวมถึงการมาของมิวทูโปเกมอนทรงพลังในตำนาน ซึ่งก็ทำได้ตรงตามที่มาในเกมว่า มาจากมนุษย์สร้างขึ้น และกลายเป็นโปเกมอนที่กุมความลับทั้งหมดในเรื่องไว้ (รวมถึงความลับของพิคาชูที่พูดได้อีกด้วย)

ดูรอบพิเศษของ SF มีโปสการ์ดให้ด้วยครับ

นี่เป็นหนังที่ทำมาจากเกมและใช้ CG ผสมผสานได้อย่างแนบเนียนลื่นไหลมากเรื่องหนึ่ง ตัวโปเกมอนในหนังและคนแสดงดูกลมกลืนไปด้วยกันเป็นอย่างดี หนังจัดหนักโฟกัสไปที่ความน่ารักของโปเกมอนเต็มเหนี่ยว แต่อีกมุมก็เผยให้เห็นความร้ายกาจของโปเกมอนไปพร้อมกัน (ในเรื่องจะมีสารควันสีเขียวชื่อ R ที่ทำให้โปเกมอนดุร้ายชั่วขณะ ตรงนี้ก็ถอดมาจากเกมเป๊ะๆ) ซึ่งตัวแสดงนำหลักๆ จะเป็น ทิม กู้ดแมน และนางเอกลูซี่ (Lucy Stevens) ในบทนักข่าวสาวหน้าใหม่ไฟแรง ที่ตามสืบคดีการหายตัวไปของพ่อพระเอก หนังวางตัวละครมาได้เป็นอย่างดี บทนำทั้งคู่มีแอบกุ๊กกิ๊กเล็กๆ และก็ดูจริงจังแบบเปิ่นๆ กับความพยายามเลียนแบบนักสืบมืออาชีพของทั้งคู่ อย่างการนัดพบในร้านอาหาร แต่ไม่อยู่โต๊ะเดียวกัน ต้องนั่งหันหลังชนกัน ทำเป็นเหมือนไม่รู้จักกัน มุกเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ถูกหยอดมาตลอดเรื่อง ทำให้ทั้งคู่ดูน่ารักกุ๊กกิ๊กน่าเอาใจช่วยตลอดเรื่อง โดยทั้งเรื่องจะเป็นแนวสืบสวนตามเกม ซึ่งแม้ว่าเรื่องจะไม่ได้ซับซ้อนซ่อนเงื่อนนัก แต่ก็ไม่ขนาดเดาได้ทั้งหมด หนังยังมีปม มีความลับจุดพลิกที่เดาไม่ได้อยู่บ้างเหมือนกัน แต่อาจจะเป็นการเฉลยออกมาตรงๆ ง่ายๆ ไปหน่อยเท่านั้น