แดนทำลายล้าง
แดนทำลายล้าง

Annihilation (2018) แดนทำลายล้าง มื่อสามีหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยระหว่างปฏิบัติภารกิจลับ ลีน่านักชีววิทยาหญิงได้ตัดสินใจเข้าร่วมคณะสำรวจดินแดนลึกลับซึ่งถูกรัฐบาลสหรัฐฯ สั่งปิดกั้นไว้

-เมื่อสามีหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยระหว่างปฏิบัติภารกิจลับ ลีน่านักชีววิทยาหญิงได้ตัดสินใจเข้าร่วมคณะสำรวจดินแดนลึกลับซึ่งถูกรัฐบาลสหรัฐฯ สั่งปิดกั้นไว้

วันหนึ่งเธอก็มีเหตุให้ต้องเข้าไปอยู่ในอาคารอีกแห่ง ภายใต้การนำของ ดร.เวนเทรส (Jennifer Jason Leigh) ที่นั่น เธอได้พบกับคนแปลกหน้าหลายๆ คน ที่ที่ทำให้เธอได้รู้จักกับดินแดนทำลายล้างที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับสามีของเธออย่างไม่คาดคิด

ตัวอย่างหนัง ‘แดนทำลายล้าง’

จนวันหนึ่งเธอเดินเข้าป่าที่อยู่ในอาณาเขตของม่านรุ้งที่แผ่ขยายออกไปเรื่อยๆ เพื่อค้นหาสาเหตุและรับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นภายในขอบเขตแห่งนั้น ด้วยความสงสัยใคร่รู้ของมวลมนุษย์ที่ว่า

เหตุใดคนที่เข้าไปข้างในจึงไม่มีใครได้กลับออกมา

รีวิว วิจารณ์หนัง ‘Annihilation’
เป็นหนังที่เล่าเรื่องของมนุษย์ต่างดาวได้แหวกแนวไปอีกทางหนึ่ง หลังเคยมีมนุษย์ต่างดาวที่ลงมาบนโลกด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำรุกรานและบุกยึดจนมนุษย์โลกต้องรวมพลังกันสู้อย่าง ‘Independent Day’ ไปจนถึงมนุษย์ต่างดาวที่มาเยือนเพียงเพื่อจะมาปฏิสันถารกับสิ่งมีชีวิตผู้ทรงภูมิปัญญาของโลกอย่าง ‘Arrival’ แต่คราวนี้ พวกเขามาในสภาพที่เราคาดคิดไม่ถึง

หนังมนุษย์ต่างดาวในมุมมองใหม่ อารมณ์ใหม่ๆ
พวกเขาไม่สื่อสาร ไม่มีเจตนาอะไรที่ชัดแจ้ง ไม่ได้มาเป็นตัวเป็นตน สิ่งที่พวกเขาทำคือสร้างอาณาเขตของตัวเองอย่างช้าๆ ทุกสิ่งเกิดขึ้นภายในม่านรุ้งที่ชวนให้มนุษย์กระหายใคร่รู้

ว่ามันเกิดอะไรภายในม่านนั้น

Annihilation แดนทำลายล้าง
ภาพจากหนัง ‘แดนทำลายล้าง’
หนังไม่ได้เร่งเร้าอะไรเลย หากแต่องค์ประกอบและการเล่าของหนังที่สลับเวลากันไปมาทำให้อยากรู้ว่าอะไรที่กำลังจะเกิดขึ้นในวินาทีถัดมา หนังเดินเรื่องอย่างเอื่อยเฉื่อยสบายอารมณ์ หลายหนก็ดูแปลกดีที่หนังดูมีความไซไฟลึกลับ แต่ใช้ดนตรีประกอบสไตล์อะคูสติกคันทรี จนบางทีก็แอบคิดไปว่า

ถ้าดูในโรงที่สภาพทุกอย่างจำกัดให้เราอยู่แต่กับภาพหนังตรงหน้า มันอาจจะมีความง่วงบังเกิดขึ้นมาก็เป็นได้

แต่พอดี เรารับชมด้วยทีวีที่อยู่ในห้อง ทุกอย่างไม่ได้บีบเราขนาดนั้น ความง่วงงุนไม่มี หนังมีช่วงตื่นเต้นแทรกอยู่บ้าง ระหว่างคือเรื่องราวที่เดาได้ยาก เซอร์ไพรซ์คนดูมีมาอยู่เรื่อยๆ แต่ก็มีบางสิ่งที่ชวนให้เดาทางได้อยู่บ้างแม้จะมีสิ่งที่ยังเดาไม่ได้อยู่มากมาย

นั่นแหละที่ทำเราสามารถติดตามไปได้จนจบ

เนื้อในที่แทรกวิทยาศาสตร์ และจินตนาการ
ในชั่วขณะที่หนังดำเนินไป สิ่งที่รู้สึกและมองเห็นได้ก็คือ หนังใส่แง่มุมบางสิ่งเข้ามาอย่างแยบยล หยิบเรื่องทางวิทยาศาสตร์มาผสมผสานกับความคิดเชิงปรัชญา สิ่งมีชีวิตที่ทรงภูมิปัญญาอย่างมนุษย์ก็เกิดขึ้นมาจากเซลล์ๆ เดียว เช่นเดียวกับสิ่งที่ชีวิตชนิดแรกที่เกิดขึ้นบนโลก อะไรที่แปลกปลอม เราจะเรียกมันเป็น “มะเร็ง” สิ่งร้ายที่เราต้องการกำจัดทิ้ง

Annihilation แดนทำลายล้าง
โปสเตอร์หนัง ‘แดนทำลายล้าง’
เราต่างรู้ว่าวิวัฒนาการทำให้เกิดเรา แต่กว่าจะเกิดเรามันต้องใช้เป็นเวลาพันล้านปี และสิ่งที่เป็นพื้นฐานคือ การกลายพันธุ์

มีการพูดถึงสิ่งมีชีวิตที่ชอบทำลายตัวเองอยู่เสมอ อย่างในมนุษย์ มันอาจมาพร้อมกับการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ รวมไปการทำให้ตัวเองต้องตกที่นั่งลำบาก ตกอยู่ในความเครียดหรืออะไรก็ตามแต่

หนังพยายามเปิดพื้นที่ในคนดูได้คิดตามถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในนั้น จากคำพูดบางอย่างของตัวละครที่ยังถูกเล่าในส่วนอื่นของเรื่องราว

Annihilation แดนทำลายล้าง
ภาพจากหนัง ‘แดนทำลายล้าง’
นอกจากนี้ หนังยังนำเสนอพื้นที่ของจินตนาการเข้าไปด้วย พื้นที่ภายในแดนทำลายล้างบางส่วนยังเหมือนโลกมนุษย์ที่เราเคยรู้จักนี่แหละ แต่เพิ่มบางสิ่งเข้าไปจนเหมือนดินแดนแฟนตาซีที่ใช้วิทยาศาสตร์เป็นพื้นฐาน แล้วเติมแต่งด้วยจินตนาการ

แต่ในความน่าสนใจนั้น หากมาลองนั่งมองใหม่อีกที ก็อาจจะพบว่ามีบางสิ่งชวนสงสัยปะปนอยู่ ทำไมตัวละครนั้นถึงเป็นแบบนั้นในช่วงเวลาหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนแปลงไปในอีกเวลาหนึ่งเมื่อบางอย่างคลี่คลายแล้ว แม้จะสงสัยในข้อนั้น ก็ยังรู้สึกได้ว่า ถ้าตัวละครตัวนี้ทำเช่นนั้น มันก็อาจเป็นเหตุผลให้อีกตัวตัดสินใจไปอย่างได้ กล่าวคือ มันสร้างเรื่องราวให้เกิดขึ้นได้เช่นกัน

หนังไม่ได้ถึงเดาทางจบได้ยากเย็นอะไรนัก เป็นอะไรที่พอเดาได้เพราะหนังก็เดินไปทางที่บี