Bloodshot (2020)จักรกลเลือดดุ หนังจาก Comic พล็อตเรื่องเชยสุดๆ ดูแค่เอามันส์จากฉากแอ็คชั่นละกัน

ชายผู้กลายเป็นเครื่องจักรสังหารทำภารกิจเสี่ยงตายตามคำสั่งขององค์กร ความทรงจำของเขาได้หายไป สิ่งเดียวที่เขารู้คือเขาต้องทำภารกิจช่วยเหลือคนรักของเขา และเขาไม่ใช่เพียงแค่คนธรรมดาเพราะภายในเลือดของเขาได้มีหุ่นขนาดเล็กที่เรียกว่า นาไนต์ ที่จะช่วยให้เขามีพลังเหนือมนุษย์ธรรมดาและมีพลังในการเยียวยารักษาสูง แทบพูดได้เลยว่าเขานั้นเหมือนจะเป็นเครื่องจักรสังหารอมตะ เป็นแฟรงค์เกนสไตน์ในยุคปัจจุบัน แต่แล้วเมื่อวันหนึ่งความผิดปกติบางอย่างมันก็ทำให้เขารู้ว่า เขากำลังถูกองค์กรนี้หลอกใช้ และคอยลบความทรงจำ หลอกลวงเขาให้ทำภารกิจเสี่ยงตายเพื่อผลประโยชน์ขององค์กรอยู่เสมอ

ผมว่าต้องมีหลายคนที่ไม่มั่นใจในหนังเรื่องนี้ของเฮียเหม่ง VIn Diesel เหมือนผมแน่ๆ ส่วนตัวที่ผมไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ เพราะหนังเฮียแกพักหลังๆ เนื้อหามันไม่ค่อยมีอะไรใหม่เลย คอนเซ็ปต์เดิมๆ เดินเรื่องราวแบบเดิมๆ จบแบบเดิมๆ และหลายเรื่องหลังๆ ก็เจ๊งแบบเดิมๆ เช่นกัน ซึ่งกับเรื่องนี้ก็พอเข้าใจได้ว่ามันมีที่มาที่ไปจากการ์ตูน Comic Book ที่เหมือนเอาความสามารถพิเศษและเรื่องราวของตัวละครหลายๆ ตัวที่เราเห็นมาแล้วมารวมออกมาเป็นตัวละครที่ชื่อว่า Bloodshot

ผมว่าต้องมีหลายคนที่ไม่มั่นใจในหนังเรื่องนี้ของเฮียเหม่ง VIn Diesel เหมือนผมแน่ๆ ส่วนตัวที่ผมไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ เพราะหนังเฮียแกพักหลังๆ เนื้อหามันไม่ค่อยมีอะไรใหม่เลย คอนเซ็ปต์เดิมๆ เดินเรื่องราวแบบเดิมๆ จบแบบเดิมๆ และหลายเรื่องหลังๆ ก็เจ๊งแบบเดิมๆ เช่นกัน ซึ่งกับเรื่องนี้ก็พอเข้าใจได้ว่ามันมีที่มาที่ไปจากการ์ตูน Comic Book ที่เหมือนเอาความสามารถพิเศษและเรื่องราวของตัวละครหลายๆ ตัวที่เราเห็นมาแล้วมารวมออกมาเป็นตัวละครที่ชื่อว่า Bloodshot

หนังเป็นเรื่องราวของ “Ray” ทหารที่เสียชีวิตจากการออกปฏิบัติการและตื่นขึ้นมาในห้องแล็บพร้อมกับความสามารถพิเศษหลายอย่างเพราะถูกปลูกถ่ายเทคโนโลยีที่เรียกว่า “นาไนต์” เข้าไปในเลือด ทำให้เขามีความเร็ว ความแข็งแกร่ง และการฟื้นตัวที่เหนือมนุษย์ ส่ิงเหล่านี้ที่เกิดขึ้นกลับต้องลแกด้วยความทรงจำที่หายไป แต่เมื่อความทรงจำเริ่มกลับมา เขาก็เริ่มรู้เบื้องลึกเบื้องหลังขององค์กรลับ และต้องตามสืบสาวเรื่องราวที่แท้จริงให้ได้

เอาจริงๆ พล็อตเรื่องหนังน่ะ อย่างที่บอกว่ามันค่อนข้างจะเชยสุดๆ กับทหารที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่แล้วถูกเอามาทำเป็นมนุษย์แปลง มันก็ไม่ได้แปลกใหม่อะไรกับหนังสไตล์นี้เลย แล้วยิ่งมาบวกกับเรื่องราวของการถูกหักหลังจากองค์กรที่ตัวเองสังกัด แล้วยิ่งกว่านั้นคือเรื่องของการโปรแกรมความทรงจำผิดๆ เข้าไปในสมองของพระเอก นี่มันแทบจะไม่ได้คิดอะไรขึ้นมาใหม่เลยใช่มั๊ยเนี่ย คือไม่ต้องเดาก็รู้อ่ะว่าหนังจะเดินไปทางไหนยังไงต่อตั้งแต่ต้นจนจบ

สำหรับหนังแอ็คชั่นเรื่องหนึ่ง ถ้าความดีงามของหนังไม่ใช่ฉากต่อสู้ ก็ไม่รู้จะเอาอะไรมาขายแล้ว ซึ่งหนังเรื่องนี้มีฉากแอ็คชั่นที่ดูสนุกและดีเลยทีเดียว เพียงแต่ฉากแอ็คชั่นมันดันใส่มาน้อยไปนิด เอาจริงๆ มันมีฉากต่อสู้เจ๋งๆ ยาวๆ แค่ 3-4 ฉากแค่นั้นเองนะ แต่ว่าแต่ละฉากก็ดูมันส์ลุ้นสนุกเพลินๆ ทุกฉาก ถือว่าเป็นความดีงามของหนังแล้วล่ะเมื่อเทียบกับหนังทั้งหมด โดยเฉพาะฉากที่สู้กันบนลิฟท์นี่สนุกมาก

จุดที่หนังทำได้ไม่ดีเลย ส่วนตัวคือเอกลักษณ์ของ Ray ที่ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อ Vin Diesel เลย มันถูกสร้างมาเพื่อให้ใครแสดงก็ไม่ได้แตกต่างกัน เพียงแต่เรื่องนี้โชคดีที่ได้ Vin Diesel มารับบท มันเลยเป็นจุดขายเรียกแฟนคลับพี่เหม่งได้เพิ่มเติมอีกนิด แต่พี่เหม่งแกก็ยังสลัดภาพเดิมๆ ไม่ได้อยู่ดี มันไม่ได้ เรื่องนี้เหมือนเอาคาแรคเตอร์ของ ดอมินิค ทอเร็ตโต้ มาบวกเข้ากับ ริดดิค ออกมาเป็นนาย Ray แห่ง Bloodshot นี่เอง

ตัวละครอื่นๆ ถูกสร้างมาเพื่อเติมเต็มให้กับหนัง แต่ใช้งานไม่ค่อยคุ้ม ตัวร้ายตัวหลักอย่าง Guy Pearce ที่น่าจะมีบทบาทสำคัญอะไรมากกว่านี้ รวมไปถึงสาวสวยอย่าง Eiza González ที่บทน้อยจนน่าเสียดาย มีตัวละครตัวเดียวที่เด่นสูสีกับพระเอกคือ Sam Heughan ในบทของตัวร้ายตัวรอง แต่เก่งกว่าบอสใหญ่ ที่ค่อนข้างเด่นและเก่งพอๆ กับพระเอกและใช้คุ้มที่สุดในเรื่องละล่ะ